จากรายงาน State of Crypto 2025: ปีที่คริปโทฯ เข้าสู่กระแสหลักจริงจัง มีหลายเรื่องน่าสนใจมากที่ทางทีม a16z crypto จัดทำไว้
หนึ่งในนั้นคือเรื่องการบรรจบของ AI และ Crypto ที่บางทีเราอาจจะมองไม่ออกว่ามันมาเกี่ยวข้องกันยังไง แต่จริงๆ แล้ว AI Crypto Blockchain เติบโตมาบนโลกออนไลน์เหมือนกัน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเชื่อมต่อและเสริมกันในหลายด้าน
ปี 2022 เปิดตัว ChatGPT ทำเอาชาวโลกแตกตื่นทั่วทุกวงการ รวมทั้งฝั่งคริปโทฯ ที่ต้องบอกว่าโดนแย่งซีนไปพอสมควร ในพื้นที่ข่าวสายเทค ยังไม่นับรวมนักพัฒนาบางส่วนที่ไหลออกจากวงการคริปโทฯ
รายงานของ a16z crypto บอกว่ามีงานเกือบ 1,000 ตำแหน่งที่ย้ายจากคริปโทฯ ไปสู่ AI หลังการเปิดตัว ChatGPT แต่จำนวนตำแหน่งงานที่ว่างลงนี้ ก็ถูกชดเชยด้วยกลุ่มคนจากสายการเงินดั้งเดิมและเทคโนโลยีที่ย้ายเข้าสู่โลกคริปโทฯ
พอผ่านไปไม่ถึงปี เราจะเริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่า AI ได้เปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับวงการคริปโทฯ ตั้งแต่การตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล การจัดการลิขสิทธิ์ ไปจนถึงระบบชำระเงินสำหรับ AI Agent
a16z crypto สรุปไว้น่าสนใจ มาดูกันว่าคริปโทฯ บล็อกเชน สามารถสนับสนุน AI ได้ยังไงบ้าง
- ระบบยืนยันตัวตนแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Identity) เช่น World ซึ่งยืนยันตัวตนไปแล้วกว่า 17 ล้านคน สามารถทำหน้าที่เป็น “หลักฐานว่าเป็นมนุษย์” (proof of human) ช่วยแยกคนจริงออกจากบอท
- คริปโทฯ สามารถเป็นโครงข่ายการชำระเงินให้เหล่าตัวแทนปัญญาประดิษฐ์ (AI agents) ทำธุรกรรมไมโครเพย์เมนต์โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางที่เป็นมนุษย์ ด้วยมาตรฐานโปรโตคอลอย่าง x402 กำลังถูกพัฒนาให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินสำหรับเอไออัตโนมัติ ซึ่ง Gartner ประเมินว่าเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดย AI agents อาจมีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030
- บล็อกเชนสามารถสร้างกลไกถ่วงดุลอำนาจที่รวมศูนย์ได้ เอไอกำลังเปลี่ยนอินเทอร์เน็ตจากระบบที่ “เว็บไซต์และครีเอเตอร์เป็นเจ้าของพื้นที่” มาสู่โลกที่ “เอไอสร้างและสรุปเนื้อหาเอง” จนผู้ใช้ไม่ต้องคลิกออกไปที่ต้นทาง อีกทั้งยังเกิดปัญหาดีพเฟก บอท และการรวมศูนย์พลังประมวลผลในมือบิ๊กเทค ทำให้อินเทอร์เน็ตเสรีแบบเดิมถูกบีบแคบลงเรื่อย ๆ
ปัจจุบัน OpenAI และ Anthropic ครองรายได้บริษัทเอไอแบบ “AI-native” ถึง 88% ขณะที่ Amazon, Microsoft และ Google ถือส่วนแบ่งตลาดคลาวด์รวมกัน 63% และ NVIDIA ครองตลาด GPU สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ถึง 94%
ความไม่สมดุลนี้ทำให้รายได้สุทธิของกลุ่ม “Magnificent 7” หรือ 7 หุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ เติบโตระดับสองหลักต่อไตรมาสในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขณะที่หุ้นอีก 493 ตัวในดัชนี S&P กลับเติบโตไม่ทันอัตราเงินเฟ้อ
“บล็อกเชนจึงถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีที่จะดึงอำนาจกลับคืนสู่ผู้ใช้ ด้วยการยืนยันสิทธิความเป็นเจ้าของทั้งข้อมูล ตัวตน และผลงานดิจิทัลแบบโปร่งใส ตรวจสอบได้ และป้องกันการปลอมแปลง พร้อมเปิดพื้นที่อินเทอร์เน็ตแบบกระจายศูนย์ที่ไม่ถูกควบคุมโดยบริษัทไม่กี่ราย”
ท้ายที่สุด เทคโนโลยีทั้งสองไม่ได้เป็นคู่แข่งกันแต่เป็นสองพลังที่เกื้อหนุนกันบนโลกออนไลน์เดียวกัน AI และ Crypto กำลังเดินมาบรรจบและเป็นรากฐานสำคัญของอินเทอร์เน็ตยุคต่อไป
______________________________________________________
รวบรวมและเรียบเรียงจาก : a16zcrypto.com a16zcrypto.com
เชื่อมต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยนไอเดียกับเราที่นี่ >> efinanceThai-CONNECT