คณะทำงานคริปโทฯ สหรัฐ เผยรายงาน 168 หน้า หนุนสิทธิคุมเหรียญเอง-สำรองบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ยุทธศาสตร์ เสนอการปฏิรูปภาษีคริปโทฯ และการทดลอง DeFi ภายใต้แซนด์บอกซ์
ย้อนไปเมื่อเดือนมกราคม 2025 ตอนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ก็ได้ออกคำสั่งฝ่ายบริหารให้จัดตั้งคณะทำงานด้านคริปโทเคอร์เรนซีของทำเนียบขาว โดยมอบหมายให้รัฐมนตรีคลัง Scott Bessent, รัฐมนตรีพาณิชย์ Howard Lutnick, และประธาน ก.ล.ต. Paul Atkins ทำหน้าที่ร่วมกันออกแบบกรอบกำกับสินทรัพย์ดิจิทัลระดับประเทศ พร้อมทั้งจัดทำรายงานเพื่อเสนอแนวทางแบบครบวงจร
ล่าสุด คณะทำงานชุดดังกล่าวได้เผยแพร่รายงานความยาว 168 หน้า เสนอกรอบกำกับสินทรัพย์ดิจิทัลแบบครบวงจร ตั้งแต่เรื่องสิทธิในการควบคุมเหรียญด้วยตนเอง (self-custody) โดยไม่ต้องพึ่งตัวกลาง, การมอบอำนาจให้ CFTC กำกับดูแลตลาดซื้อขายแบบสปอตของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่เข้าข่ายเป็นหลักทรัพย์ ไปจนถึงการสนับสนุนกฎหมาย GENIUS Act และ CLARITY Act
รายงานยังเปิดเผยแนวทางจัดตั้ง “คลังสำรองคริปโทฯ แห่งชาติ” โดยแบ่งเป็นสองส่วนคือ “คลังสำรองสินทรัพย์ดิจิทัล” (digital asset stockpile) และ “ทุนสำรองบิตคอยน์แห่งชาติ” (strategic bitcoin reserve) พร้อมอ้างถึงคำสั่งผู้บริหารของ ปธน.ทรัมป์ ที่สั่งให้ศึกษาแนวทางการซื้อ Bitcoin เพิ่มเติม โดยไม่เพิ่มภาระงบประมาณ
สำหรับ “คลังสำรองสินทรัพย์ดิจิทัล” (digital asset stockpile) คำสั่งผู้บริหารระบุว่าจะไม่ซื้อสินทรัพย์เพิ่มนอกเหนือจากที่ได้มาจากกระบวนการยึดทรัพย์ตามกฎหมาย และก่อนจะมีคำสั่งอย่างเป็นทางการ ปธน.ทรัมป์ได้ประกาศแผนเดินหน้าจัดตั้ง “ทุนสำรองคริปโทฯ แห่งชาติของสหรัฐฯ” โดยจะรวมเหรียญ XRP, SOL และ ADA ไว้ร่วมกับ BTC และ ETH
ทั้งทุนสำรอง (reserve) และคลังสำรอง (stockpile) จะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของกระทรวงการคลังและจะใช้สินทรัพย์ดิจิทัลที่ยึดมาได้เป็นเงินทุนตั้งต้น
รายงานยังเสนอการปฏิรูปภาษีคริปโทฯ การทดลอง DeFi ภายใต้ sandbox และการสร้างกฎเกณฑ์เพื่อให้เอกชนมีเสรีภาพสร้างนวัตกรรมมากขึ้น ภายใต้หลักคุ้มครองผู้ใช้งานและต่อต้านการฟอกเงินอย่างเข้มข้น
แปลและเรียบเรียง : ชัชชญา อังคุลี
ที่มา : theblock