วิกฤตเงินเฟ้อในเวเนซุเอลาที่สูงถึง 229% ทำให้ผู้คนหันมาใช้ stablecoin อย่าง USDT แทนสกุลเงินโบลิวาร์ในการใช้จ่ายประจำวัน เนื่องจากมีความน่าเชื่อถือ และเข้าถึงง่ายกว่าสกุลเงินประจำชาติ
Mauricio Di Bartolomeo ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Ledn ซึ่งเคยลี้ภัยจากเวเนซุเอลา กล่าวกับสำนักข่าว Cointelegraph ว่า ปัจจุบันในเวเนซุเอลาผู้คนเริ่มหันมาใช้ USDT แทบในทุกด้านของชีวิต ตั้งแต่การซื้อของในร้านขายของชำ จ่ายค่าส่วนกลางคอนโด ไปจนถึงการจ่ายเงินเดือน และการซื้อขายแบบ B2B
Bartolomeo ระบุว่า ชาวเวเนซุเอลามักจะเรียก USDT ว่า “Binance ดอลลาร์” เพราะส่วนใหญ่ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์ม Binance
“โบลิวาร์” สกุลเงินประจำชาติของเวเนซุเอลา ปัจจุบันแทบจะไม่มีบทบาทแล้วในการใช้จ่ายประจำวัน เนื่องจากเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง การควบคุมเงินทุนของรัฐบาล อีกทั้งยังมีอัตราแลกเปลี่ยนที่ซับซ้อนทำให้ stablecoin กลายเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อ และใช้งานได้จริงมากกว่า
ปัจจุบันในเวเนซุเอลา มีอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์ถึง 3 แบบ คือ อัตราทางการจากธนาคารกลาง (BCV) ที่อยู่ที่ประมาณ 151 โบลิวาร์ต่อดอลลาร์, อัตราตลาดคู่ขนานที่สูงถึง 231 โบลิวาร์ และอัตราของ USDT บน Binance ที่อยู่ราว 219 โบลิวาร์ ซึ่งอัตราของ Binance กลายเป็นอัตรากลางที่ประชาชนและร้านค้าส่วนใหญ่เลือกใช้ในการกำหนดราคาและชำระค่าสินค้า
Bartolomeo ชี้ว่า ความน่าเชื่อถือและสภาพคล่องของ USDT ทำให้ผู้คนรู้สึกมั่นใจที่จะใช้เป็น “ดอลลาร์ทางเลือก” โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบธนาคารที่ไร้เสถียรภาพ หรือรออัตราแลกเปลี่ยนจากรัฐที่มักไม่สะท้อนสภาพเศรษฐกิจจริง
ขณะเดียวกัน ธุรกิจท้องถิ่นจำนวนมากก็เริ่มปรับตัวรับชำระเงินด้วยคริปโทโดยตรง แทนที่จะรับเป็นเงินสดด้วยแล้ว
อีกปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ stablecoin เข้ามามีบทบาทมากขึ้น คือการควบคุมเงินทุนของรัฐบาลเวเนซุเอลา ซึ่งจำกัดการเข้าถึงดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างมาก ส่งผลให้เกิดตลาดซื้อขายเงินตราและสินทรัพย์ดิจิทัลแบบไม่เป็นทางการ ซึ่งในตลาดแบบนี้ USDT จึงกลายเป็นตัวเลือกที่สะดวกและเป็นที่ยอมรับมากที่สุด
“ผู้คนไม่เชื่อมั่นในโบลิวาร์อีกต่อไป แม้จะถูกบังคับให้ใช้ในบางสถานการณ์ แต่ทันทีที่ได้รับมา ก็จะรีบแปลงเป็น USDT หรือดอลลาร์ทันที” Bartolomeo กล่าว
แปลและเรียบเรียง : สหรัฐ ฉัตราพงษ์
ที่มา : cointelegraph
🔗เชื่อมต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยนไอเดียกับเราที่นี่ : https://url.in.th/efinancethai-CONNECT