ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ช้คริปโทและทองคำเป็นกลยุทธ์ เพื่อลดมูลค่าหนี้สาธารณะกว่า 37 ล้านล้านดอลลาร์ และฟื้นความเชื่อมั่นในค่าเงินดอลลาร์
วานนี้ (8 ก.ย.) Anton Kobyakov ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวในการแถลงข่าวที่งาน Eastern Economic Forum ว่า สหรัฐฯ กำลังใช้ทองคำและคริปโท เพื่อทำให้หนี้สาธารณะด้อยค่าลง เพื่อเร่งกอบกู้ความเชื่อมันที่ลดลงในดอลลาร์
“สหรัฐฯ กำลังพยายามเขียนกติกาใหม่ของตลาดทองคำและคริปโท จำไว้ว่าหนี้ของพวกเขามีมูลค่าสูงถึง 35 ล้านล้านดอลลาร์ และสองตลาดนี้ถือเป็นทางเลือกแทนระบบการเงินโลกแบบดั้งเดิม” Kobyakov กล่าว
Kobyakov เสริมว่า สหรัฐฯ กำลังทำแบบเดียวกับที่เคยทำในช่วงทศวรรษ 1930 และ 1970 แต่ครั้งนี้คือการผลักให้โลกเข้าสู่คริปโท
โดยสหรัฐฯ มีแผนจะเปลี่ยนหนี้เป็น stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์ เพื่อทำให้หนี้ด้อยค่าและ “เริ่มต้นใหม่จากศูนย์” แต่ Kobyakov ก็ไม่ได้อธิบายรายละเอียดว่ากลไกนี้จะทำงานอย่างไร
หนึ่งในข้อเสนอที่ถูกพูดถึงคือ Bitcoin Act ของวุฒิสมาชิก Cynthia Lummis ที่เสนอให้รัฐบาลสหรัฐฯ ซื้อ Bitcoin 1 ล้านเหรียญภายใน 5 ปี และถือครองไว้อย่างน้อย 20 ปี เว้นแต่จะนำไปใช้ชำระหนี้สาธารณะที่ค้างอยู่
ข้อมูลจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ปัจจุบันหนี้สาธารณะสหรัฐฯ อยู่ที่ 37.43 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่านับตั้งแต่ปี 1981 ทั้งที่ก่อนหน้านั้น 33 ปี หนี้ยังทรงตัวอยู่ราว 3.3–3.66 ล้านล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ก็ย้ำว่า เป้าหมายหลักของ stablecoin คือการรักษาสถานะของดอลลาร์ให้เป็นสกุลเงินหลักของโลก โดยกล่าวว่า “เราจะใช้ stablecoin เพื่อทำสิ่งนั้น”
แปลและเรียบเรียง : สหรัฐ ฉัตราพงษ์
ที่มา : cointelegraph
🔗เชื่อมต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยนไอเดียกับเราที่นี่ : https://url.in.th/efinancethai-CONNECT