เอาแล้ว! หลายสมาคมธนาคารสหรัฐฯ ออกโรงกดดันสภาคองเกรสปิดช่องโหว่กฎหมาย GENIUS Act กันผู้ออก Stablecoin จ่ายผลตอบแทนทางอ้อม หวั่นดึงเงินฝากไหลออก 6.6 ล้านล้านดอลลาร์
สถาบันนโยบายธนาคารของสหรัฐฯ (Bank Policy Institute หรือ BPI) ร่วมกับอีกหลายสมาคมธนาคารสหรัฐฯ ออกโรงกดดันสภาคองเกรสให้ปิดช่องโหว่ของกฎหมาย GENIUS Act หลังเปิดทางให้ผู้ออก Stablecoin ใช้พันธมิตรหรือแพลตฟอร์มในเครือจ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนทางอ้อมแก่ผู้ถือเหรียญได้ แม้ตัวบทกฎหมายจะห้ามจ่ายตรงก็ตาม
BPI ระบุว่าเนื้อหาของกฎหมายในปัจจุบัน ยังเปิดช่องให้ผู้ออก Stablecoin สามารถมอบผลตอบแทนทางอ้อมผ่านตลาดซื้อขายคริปโทฯ หรือพันธมิตรในเครือได้
กลุ่มสมาคมฯ ระบุว่า การปล่อยให้มีช่องโหว่ดังกล่าว อาจสร้างความปั่นป่วนต่อระบบการเงินสหรัฐฯ โดยอ้างอิงข้อมูลประเมินจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ระบุว่า Stablecoin ที่ให้ผลตอบแทนอาจดึงเงินฝากไหลออกจากธนาคารดั้งเดิมสูงถึง 6.6 ล้านล้านดอลลาร์
ธนาคารพึ่งพาเงินฝากเป็นแหล่งทุนสำหรับปล่อยกู้ ดังนั้น หากมีการย้ายเงินจำนวนมากไปอยู่ใน Stablecoin อาจทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจและครัวเรือนสูงขึ้น
กฎหมาย GENIUS Act ซึ่งลงนามโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา ห้ามผู้ออก Stablecoin จ่ายดอกเบี้ยหรือ Yield โดยตรง แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าห้ามบริษัทในเครือทำเช่นนั้น ทำให้แพลตฟอร์มอย่าง Coinbase และ PayPal ซึ่งไม่ใช่ผู้ออกเหรียญโดยตรงยังคงให้ “รางวัล” แก่ผู้ถือ USDC หรือ PYUSD บนแพลตฟอร์มได้
ปัจจุบัน ตลาด Stablecoin มีมูลค่า 2.8 แสนล้านดอลลาร์ โดยมีสองรายใหญ่ Tether (USDT) และ USDC ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 80% ด้วยมูลค่า 1.65 แสนล้านดอลลาร์ และ 6.64 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามลำดับ
ที่มา : cryptonews.com