ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกอีก! จาก 10% เป็น 15% มีผลทันที พร้อมวิจารณ์ศาลสหรัฐฯ ที่จำกัดอำนาจของเขาในการจัดเก็บภาษี
วานนี้ (21 ก.พ.) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศในแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า จะเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกเพิ่มอีก โดยมีผลบังคับใช้ทันที จากที่ก่อนหน้านี้เขาได้ประกาศขึ้นภาษี 10% หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสินจำกัดอำนาจของเขาในการขึ้นภาษี
ทั้งนี้ ทรัมป์ ยังคงวิจารณ์คำตัดสินของศาล ที่เพิกถอนอำนาจของเขาในการใช้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เพื่อจัดเก็บภาษี โดยระบุว่า การปรับขึ้นสู่ระดับ 15% เป็นระดับที่ “ได้รับอนุญาตตามกฎหมายแล้ว”
“ในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ผมจะปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าทั่วโลกจาก 10% เป็น 15% โดยมีผลบังคับใช้ทันที หลายประเทศได้เอาเปรียบสหรัฐฯ มานานหลายทศวรรษ โดยเราไม่เคยตอบโต้ จนกระทั่งผมเข้ามา และอัตรา 15% นี้เป็นระดับที่กฎหมายอนุญาตแล้ว” ทรัมป์ กล่าว
วันศุกร์ที่ผ่านมา (20 ก.พ.) ทรัมป์ได้ประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 10% ซึ่งเป็นการเพิ่มจากอัตราภาษีเดิมที่ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ แม้ศาลจะมีคำตัดสินจำกัดอำนาจบางส่วนก็ตาม
โดย ทรัมป์ อ้างอิงการใช้อำนาจตามกฎหมายทางเลือก ได้แก่ Trade Expansion Act ปี 1962 และ Trade Act ปี 1974 ในการดำเนินมาตรการดังกล่าว
ด้านนักกฎหมายบางส่วน รวมถึง Adam Cochran ทนายความสายคริปโท ก็ออกมาระบุว่า กฎหมายดังกล่าวก็มีขอบเขตจำกัด โดยสามารถบังคับใช้ได้เฉพาะกับประเทศที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าเท่านั้น โดยมีกรอบเวลาไม่เกิน 150 วัน และมีเพดานอัตราที่กำหนดไว้
ในแต่ละครั้งที่ทรัมป์ประกาศมาตรการภาษีใหม่ มักส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกเกิดความผันผวน โดยเฉพาะตลาดหุ้นและตลาดคริปโทที่มักเผชิญแรงเทขายจากความกังวลด้านเศรษฐกิจมหภาค
อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ตลาดคริปโทกลับตอบสนองแตกต่างออกไป โดยราคา Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวทรงตัวบริเวณ 68,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Ether แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญอยู่ที่ราว 1,900 ดอลลาร์
ที่มา : cointelegraph