Standard Chartered คาดว่า เงินมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์อาจไหลออกจากธนาคารในตลาดเกิดใหม่และไหลเข้าสู่ stablecoin ภายในปี 2028 หลังประชาชนแห่ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลอิงดอลลาร์แทนเงินฝากท้องถิ่นในประเทศที่มีเงินเฟ้อสูง
ตามรายงานที่เผยแพร่เมื่อวานนี้ (6 ก.ย.) แผนกวิจัยระดับโลกของธนาคาร Standard Chartered ระบุว่า เม็ดเงินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ อาจไหลออกจากระบบธนาคารในประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่เข้าสู่ตลาด Stablecoin ภายในปี 2028
โดย Standard Chartered ให้เหตุผลว่า ความต้องการในการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลที่อิงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเพิ่มสูงขึ้นในหลายประเทศ เนื่องจากประชาชนมองว่า Stablecoin ช่วยเปิดทางให้เข้าถึง “เงินดอลลาร์” ได้ง่ายขึ้น และมีความเสี่ยงด้านเครดิตต่ำกว่าเงินฝากในธนาคารท้องถิ่น
รายงานยังอีกชี้ว่า ปัจจุบันสองในสามของ Stablecoin ที่หมุนเวียนในโลก ถูกถือครองอยู่ในประเทศตลาดเกิดใหม่แล้ว ขณะที่ มูลค่าการใช้ Stablecoin เพื่อเก็บออม มีแนวโน้มพุ่งจากระดับปัจจุบันที่ 1.73 แสนล้านดอลลาร์ แตะ 1.22 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2028
ทั้งนี้ Standard Chartered ยังกล่าวว่า แนวโน้มดังกล่าวอาจกลายเป็นแรงสั่นสะเทือนสำคัญต่อระบบธนาคารดั้งเดิมในประเทศเหล่านี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง เช่น เงินเฟ้อเรื้อรัง, ทุนสำรองต่ำ และ พึ่งพาเงินโอนจากต่างประเทศ เป็นหลัก
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ เวเนซุเอลา ที่ประชาชนหันไปใช้ Stablecoin อย่าง USDT ซึ่งประชาชนในประเทศเรียกกันว่า “Binance Dollar” เป็นสื่อกลางชำระเงินหลัก แทนเงินโบลิวาร์ที่มีค่าเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2023 คริปโทเคอร์เรนซีคิดเป็นถึง 9% ของเงินโอนกลับประเทศทั้งหมด
นอกจากนี้ ประเทศอย่าง อาร์เจนตินา และ บราซิล ก็เริ่มเห็นพฤติกรรมคล้ายกัน โดยประชาชนหันมาใช้ USDC และ USDT เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากเงินเฟ้อ ขณะที่รายงานจาก Fireblocks ระบุว่า Stablecoin คิดเป็นถึง 60% ของธุรกรรมคริปโททั้งหมด ใน 2 ประเทศนี้
ที่มา : theblock cointelegraph
แปลและเรียบเรียง : สหรัฐ ฉัตราพงษ์
✅Better Trade 2025 : ปลดล็อคความคิด พิชิตโอกาส ฉลาดลงทุน
ลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ : https://www.zipeventapp.com/e/Better-Trade-2025