เกาหลีใต้เล็งออกกฎหมายใหม่ บีบแพลตฟอร์มคริปโทชดเชยความเสียหายให้ผู้ใช้งานแม้ไม่ใช่ฝ่ายผิดเหมือนกับธนาคาร หลังกรณี Upbit ถูกแฮ็กในสัปดาห์ที่ผ่านมา
สื่อท้องถิ่น The Korea Times รายงานว่า รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพิจารณาใช้กฎระเบียบใหม่ ที่จะกำหนดให้แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายของผู้ใช้งาน แม้บริษัทจะไม่ใช่ฝ่ายผิด เช่น จากการแฮ็ก หรือระบบล่ม
โดยกฎดังกล่าวจะคล้ายกับกฎ “no-fault liability” ที่ใช้กับธนาคารและผู้ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้กฎหมาย Electronic Financial Transactions Act ในปัจจุบัน
สำนักงานคณะกรรมการบริการทางการเงิน (FSC) กำลังเร่งทบทวนมาตรการดังกล่าว หลังเหตุการณ์ แฮ็กของ Upbit ในวันที่ 27 พ.ย. ที่มีการโอนเหรียญ Solana และโทเคนอื่น ๆ มูลค่ารวมราว 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปยังกระเป๋านอกแพลตฟอร์ม ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานกำกับดูแลการเงิน (FSS) ยังเผยว่า ในช่วงปี 2023 เป็นต้นมา แพลตฟอร์มคริปโทใหญ่ 5 รายในเกาหลีใต้อย่าง Upbit, Bithumb, Coinone, Korbit และ Gopax มีเหตุระบบล่มรวมกันถึง 20 ครั้ง ส่งผลกระทบผู้ใช้งานมากกว่า 900 ราย และสร้างความเสียหายรวมกว่า 5 พันล้านวอน โดย Upbit เกิดปัญหามากที่สุดถึง 6 ครั้ง
ทางฝั่งผู้ร่างกฎหมายจึงเตรียมเสนอบทลงโทษที่เข้มข้นขึ้น เช่น ค่าปรับจากเหตุแฮ็กสูงสุด ถึง 3% ของรายได้ต่อปี เทียบเท่าธนาคาร ขณะที่ปัจจุบัน แพลตฟอร์มคริปโทมีเพดานค่าปรับสูงสุดแค่ 3.4 ล้านดอลลาร์เท่านั้น
นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบกรณีที่ Upbit ล่าช้าในการแจ้งเหตุแฮ็กให้หน่วยงานรัฐรับทราบ โดยแม้ระบบจะตรวจพบการผิดปกติตั้งแต่ตี 5 แต่กระดานเทรดเพิ่งรายงานต่อหน่วยงานในช่วงก่อน 11 โมง
โดยบางฝ่ายมองว่าอาจเกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการระหว่าง Dunamu (บริษัทแม่ของ Upbit) กับ Naver Financial ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปก่อนหน้าไม่นาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : Upbit เกาหลีใต้ถูกแฮ็ก $36M เตรียมชดเชยลูกค้าเต็มจำนวน
ที่มา : cointelegraph
แปลและเรียบเรียง : สหรัฐ ฉัตราพงษ์