กูรูมอง หลังบอร์ด S&P 500 ปฏิเสธการนำหุ้น Strategy เข้าดัชนี อาจส่งผลบกระทบต่อความเชื่อมั่นหุ้นในกลุ่มคลังสำรองคริปโทฯ บางรายเล่นท่ายากยิ่งเพิ่มเสี่ยง คาดเงินทุนอาจไหลไปหาบริษัทคริปโทฯ ที่มีธุรกิจจริง
นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ระบุว่า การที่คณะกรรมการ S&P 500 ปฏิเสธการบรรจุหุ้น Strategy (ชื่อเดิม MicroStrategy) เข้าดัชนีแม้จะผ่านเกณฑ์ทางเทคนิค ถือเป็น “แรงกระแทก” ต่อบริษัทที่ใช้กลยุทธ์ถือครองบิตคอยน์ในงบดุลหรือที่เรียกว่าบริษัทคลังสำรองคริปโทฯ
รายงานชี้ว่า คณะกรรมการมีดุลยพินิจเต็มที่ในการคัดเลือก และการตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนความระมัดระวังในการเพิ่มบริษัทที่เปลี่ยนงบดุลมาเป็นการถือครองบิตคอยน์ปริมาณมาก อีกทั้งยังเป็นสัญญาณเตือนว่าช่องทางการลงทุนทางอ้อมผ่านหุ้นเหล่านี้เพื่อเข้าถึงบิตคอยน์ในพอร์ตสถาบันและรายย่อย “อาจใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว”
JPMorgan ยังเตือนด้วยว่า ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่านั้นคือ ผู้ให้บริการดัชนีรายอื่นที่ได้บรรจุ Strategy หรือบริษัทคลังสำรองคริปโทฯ ลักษณะเดียวกันไว้แล้ว อาจหันกลับมาทบทวนแนวทางของตนเองใหม่
แรงกดดันยังมาจากท่าทีใหม่ของ Nasdaq ที่กำหนดให้บริษัทที่มีการถือครองคริปโทฯ จำนวนมาก ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นก่อนออกหุ้นใหม่เพื่อระดมทุนซื้อเพิ่ม ขณะเดียวกัน Strategy ที่เคยประกาศจะไม่ออกหุ้นที่ต่ำกว่าราคาพรีเมียม 2.5 เท่า ก็ยกเลิกพันธะดังกล่าวไปเมื่อเดือนก่อน
นอกจากนี้ นักลงทุนเริ่มแสดงความ “เหนื่อยล้า” ต่อหุ้นคลังสำรองคริปโทฯ ทั้งจากราคาหุ้นที่อ่อนแรงและการระดมทุนที่ชะลอลงในไตรมาสหลัง ๆ แม้การออกหนี้ยังดำเนินอยู่แต่มีความเสี่ยงและต้นทุนสูงขึ้น บริษัทบางรายเริ่มหันไปใช้โครงสร้างทางการเงินที่ซับซ้อน เช่น กู้ยืมโดยใช้บิตคอยน์ค้ำประกัน หุ้นกู้แปลงสภาพที่ผูกกับโทเคน และสัญญาจ่ายผลตอบแทนแบบโครงสร้าง
JPMorgan เตือนว่าความสงสัยของตลาดกำลังเพิ่มขึ้น และเงินทุนอาจไหลไปหาบริษัทคริปโทฯ ที่มีธุรกิจจริง เช่น กระดานเทรดและนักขุด มากกว่าบริษัทที่พึ่งพาการถือครองสินทรัพย์ในงบดุล
ที่มา :theblock.co
🔗เชื่อมต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยนไอเดียกับเราที่นี่ : https://url.in.th/efinancethai-CONNECT