นอนมาเลยแม่! Ethereum ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดเกือบ 73% ของตลาดแปลงสินทรัพย์จริงเป็นโทเคนดิจิทัล (RWA) ขณะที่กระแสสะสม ETH ในคลังสำรองกำลังเร่งตัว
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา Bitwise ผู้จัดการสินทรัพย์คริปโทฯ ได้นำคำกล่าวของ Larry Fink ซีอีโอ BlackRock มาตอกย้ำอีกครั้งว่า “หุ้น พันธบัตร และอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดสามารถแปลงเป็นโทเคนได้”
พร้อมยกข้อมูลจาก RWA.xyz ที่เผยให้เห็นว่า มูลค่าสินทรัพย์บนโลกแห่งความจริงที่ถูกแปลงเป็นโทเคนดิจิทัลบนบล็อกเชน (RWA) ปัจจุบันอยู่ที่ 2.54 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งใกล้เคียงกับระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และหากรวม Stablecoin ตัวเลขจะพุ่งแตะ 2.83 แสนล้านดอลลาร์ทำสถิติสูงสุดตลอดกาล
กลุ่ม RWA ใหญ่ที่สุดคือ “สินเชื่อเอกชน” มูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ รองลงมาคือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 6.7 พันล้านดอลลาร์ และสินค้าโภคภัณฑ์ 1.8 พันล้านดอลลาร์
โดยกว่า 73% ของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ถูกแปลงเป็นโทเคนโดยใช้บล็อกเชน Ethereum และ 54% ของ Stablecoin ทั้งหมดยังอยู่บนเครือข่ายนี้เช่นกัน
ส่วนกองทุนโทเคนที่ใหญ่ที่สุดบนเชน Ethereum คือ BUIDL ของ BlackRock ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ 2.3 พันล้านดอลลาร์
ปัจจุบัน Ethereum ครองตลาดแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน 54% และหากรวม Ethereum เลเยอร์สองอย่าง ZKsync Era ส่วนแบ่งจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 73% ขณะที่เชนอื่น เช่น Aptos, Solana และ Stellar มีส่วนแบ่งตลาดเพียงเลขตัวเดียว
แม้แต่นักลงทุนสายบิตคอยน์ตัวจริงอย่าง Tom Lee แห่ง Fundstrat ยังหันมาจับตา Ethereum ในช่วงหลัง โดยเขากล่าวในสัปดาห์นี้ว่า “วอลล์สตรีทกำลังเร่งนำระบบการเงินทั้งหมดขึ้นบนบล็อกเชน และสิ่งนี้ต้องใช้สมาร์ตคอนแทร็กต์” ก่อนเสริมว่า “บล็อกเชนที่ใหญ่ที่สุด ปลอดภัยที่สุด ไม่มีการหยุดทำงาน และเป็นไปตามกฎหมาย คือ Ethereum”
ขณะเดียวกัน การครองตลาด RWA ยังจุดกระแสการสะสม ETH ในคลังสำรองเชิงกลยุทธ์อย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันมี ETH มากกว่า 3 ล้านเหรียญอยู่ในระบบ และเพียง 3 บริษัทที่เพิ่งก่อตั้งไม่กี่เดือนมานี้ก็ครองแล้วกว่า 1.6 ล้าน ETH และกำลังเดินหน้าซื้อเพิ่มทุกวันอีกด้วย
ที่มา : cryptopotato
แปลและเรียบเรียง : ชัชชญา อังคุลี