ที่ปรึกษา ECB ชี้ “CBDC อย่างเดียวไม่พอ” ที่จะรับมือกระแส Stablecoin ดอลลาร์สหรัฐ แนะยุโรปต้องใช้กลยุทธ์หลายด้าน
วานนี้ (28 ก.ค.) Jürgen Schaaf ที่ปรึกษาธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุว่า การพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC) เพียงอย่างเดียว “ไม่สามารถ” รับมือกับกระแสการเติบโตของ Stablecoin ที่ตรึงมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Schaaf ได้เสนอทางเลือกเชิงกลยุทธ์หลายแนวทางสำหรับสหภาพยุโรป (EU) เพื่อตอบโต้การครองตลาดสเตเบิลคอยน์ของสหรัฐฯ โดยหนึ่งในแนวทางหลักคือการส่งเสริมการใช้สเตเบิลคอยน์ที่ตรึงกับยูโรภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวด
โดย Schaaf ยังเน้นถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยี Distributed Ledger Technology (DLT) มาใช้ในระบบการเงินของยุโรป รวมถึงการเดินหน้าพัฒนา “ดิจิทัลยูโร” ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางยุโรป (CBDC) ด้วย
นอกจากนี้ ที่ปรึกษา ECB ยังเน้นถึงความจำเป็นของ “ความร่วมมือระหว่างประเทศ” ในด้านกฎระเบียบของ Stablecoin โดยชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของกฎหมายระหว่างฝั่งสหรัฐฯ (เช่น GENIUS Act) และฝั่งยุโรป (เช่น MiCA – Markets in Crypto-Assets)
ทั้งนี้ Schaaf ระบุว่า Stablecoin ที่ตรึงกับยูโรและได้รับการกำกับดูแลอย่างถูกต้อง ควรได้รับการสนับสนุนในฐานะกลไกหลักในการรับมือกับกระแส Stablecoin ที่อิงกับดอลลาร์สหรัฐ
“แม้สถาบันภาครัฐมักเลือกความเป็นกลาง แต่การเมินยุทธศาสตร์ด้านนี้อาจต้องแลกมาด้วยต้นทุนมหาศาล” ที่ปรึกษา ECB กล่าว
เขาเสริมว่า หากออกแบบสเตเบิลคอยน์ให้ได้มาตรฐานสูง และมีการบริหารความเสี่ยงที่ดี Stablecoin ยูโร จะสามารถตอบสนองความต้องการในตลาดได้จริง และยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับบทบาทระหว่างประเทศของยูโรได้ด้วย
ที่ผ่านมาแม้ยุโรปจะมีกฎระเบียบรองรับ Stablecoin อย่าง MiCA แล้ว แต่พบว่าอัตราการนำ Stablecoin ยูโรไปใช้งานจริงยังค่อนข้างต่ำ
Fabio Panetta ผู้ว่าการธนาคารกลางอิตาลีและอดีตกรรมการ ECB กล่าวไว้ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า การใช้ Stablecoin ยูโรยังคงอยู่ในระดับจำกัด และมองว่า “ดิจิทัลยูโร” อาจเป็นหนึ่งในทางออกของปัญหานี้
อย่างไรก็ตาม Schaaf มองว่า ดิจิทัลยูโรไม่ใช่ทางออกเดียว แต่ควรเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การชำระเงินดิจิทัลที่ครอบคลุม ซึ่งรวมถึงบทบาทของ ภาคเอกชน และ การนำเทคโนโลยี DLT มาใช้ เพื่อรักษาอธิปไตยทางการเงินของยุโรป
มุมมองล่าสุดของ Schaaf สะท้อนว่าฝั่งยุโรปเริ่มมองหาแนวทางตอบโต้การเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ในด้านเทคโนโลยีการเงินดิจิทัล ไม่ใช่แค่พึ่งพาการพัฒนา CBDC เพียงอย่างเดียว
แม้ ECB จะเข้าสู่ “เฟสเตรียมความพร้อม” ของดิจิทัลยูโรแล้วตั้งแต่พฤศจิกายน 2023 แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะเปิดใช้อย่างเป็นทางการหรือไม่ โดยคาดว่าคณะกรรมการ ECB จะตัดสินใจเรื่องนี้ ภายในสิ้นปี 2025
แปลและเรียบเรียง : สหรัฐ ฉัตราพงษ์
ที่มา : cointelegraph