หุ้นกลุ่ม DATs ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และแคนาดาตกลงเฉลี่ย 43% Strategy ร่วง 60% จากจุดสูงสุด ปลุกกระแสความกลัว “วงจรมรณะ” หากต้องจำใจขาย Bitcoin โปะหนี้ ด้านวงการเริ่มปรับตัวหนีตายควบกิจการพยุงราคา
ในช่วงต้นปี 2025 โมเดล Digital Asset Treasury (DAT) หรือคลังสินทรัพย์ดิจิทัล ถูกมองว่าเป็นสูตรสำเร็จของบริษัทจดทะเบียน โดยมีบริษัท Strategy เป็นผู้นำโมเดลนี้ และทำให้มีกว่า 100 บริษัทดำเนินรอยตาม
กลยุทธ์นี้ได้ผลเป็นอย่างดี ไม่ว่าบริษัทไหนประกาศโมเดล DAT ราคาหุ้นจะทะยานทันทีดึงดูดแม้กระทั่งตระกูลทรัมป์ให้กระโดดเข้ามาร่วมวง ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือบริษัท SharpLink Gaming ที่ราคาหุ้นเคยพุ่งกว่า 2,600% ภายในไม่กี่วันหลังประกาศจะขายหุ้นเพื่อไปซื้อ Ethereum แต่หลังจากนั้นหุ้น SharpLink ร่วงลง ถึง 86% จากจุดสูงสุดจนมูลค่าบริษัทต่ำกว่ามูลค่า ETH ที่ถืออยู่ หรือพูดง่ายๆ คือซื้อขายกันที่ 0.9 เท่าของมูลค่า Ether ในมือ
ประเด็นนี้ Fedor Shabalin นักวิเคราะห์จาก B. Riley Securities ชี้ว่า นักลงทุนเริ่มตั้งสติได้ว่า “ไม่มีประโยชน์ที่จะถือหุ้นบริษัทเหล่านี้” เพราะมันไม่ได้สร้างผลตอบแทน (Yield) อะไรเพิ่มเติมนอกจากการนั่งทับกองเงิน สู้ไปถือเหรียญเองยังดีกว่า
Bloomberg ระบุว่าบริษัท DAT ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ และแคนาดามีราคาหุ้นลดลงเฉลี่ย 43% ปีนี้ ในขณะที่ราคา Bitcoin ปรับตัวลงเพียงแค่ 6% เท่านั้น นอกจากนี้ บริษัทที่ถือโทเคน WLFI ซึ่งเชื่อมโยงกับครอบครัวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยิ่งเจ็บหนัก โดยราคาหุ้น Alt5 Sigma ร่วงลง 86% จากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน
แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าราคาหุ้นตก คือ “กับดักหนี้สิน” บริษัทเหล่านี้ระดมทุนกว่า 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อมาซื้อคริปโทฯ ผ่านการออกหุ้นกู้และหุ้นบุริมสิทธิ ซึ่งต้องจ่ายดอกเบี้ยและเงินปันผล แต่ปัญหาคือ Bitcoin ที่ถืออยู่ไม่ได้สร้างกระแสเงินสดมาจ่ายหนี้เหล่านั้น
แรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อ Strategy ส่งสัญญาณว่า “อาจขายบิตคอยน์” หากค่า mNAV ต่ำกว่า 1 ซึ่งหมายถึงมูลค่าตลาดต่ำกว่ามูลค่าเหรียญที่ถือ คำพูดนี้จากซีอโอ Phong Le ขัดแย้งกับจุดยืนเดิมของ Saylor ที่เคยลั่นวาจาว่า “ให้ขายไตทิ้งซะ แต่อย่าขาย Bitcoin”
สถานการณ์ขณะนี้กำลังสร้างความกังวลว่า หากเจ้าตลาดอย่าง Strategy Inc. หรือบริษัท DATs อื่นๆ ถูกบีบให้เทขายเหรียญเพื่อรักษาสภาพคล่อง (Margin Call) หรือจ่ายหนี้ มันจะกลายเป็นโดมิโนที่ฉุดราคาคริปโทฯ ทั้งตลาดให้ดิ่งลงเหว และอาจลามไปถึงเสถียรภาพของตลาดทุนในวงกว้าง
ราคาหุ้น Strategy ปัจจุบันทรุดตัวลงถึง 60% จากจุดสูงสุดในเดือนกรกฎาคมนักลงทุนกังวลว่าหาก Strategy ซึ่งถือบิตคอยน์มากที่สุดรายหนึ่งต้องขาย แม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจกดดันราคา BTC และความเชื่อมั่นในโมเดลนี้ล่มทั้งระบบ
Michael Lebowitz ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอจาก RIA Advisors ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า “ถ้าพาดหัวข่าวลงว่า Strategy ขาย Bitcoin แม้จะแค่ 3 BTC ความเชื่อมั่นจะพังทลายทันที เพราะ Michael Saylor ย้ำมาตลอดว่าจะไม่มีวันขายแม้แต่แดงเดียว” แม้บริษัทจะตั้งกองทุนสำรอง 1.4 พันล้านดอลลาร์ไว้จ่ายปันผล และราคาหุ้นภาพรวมยังบวกกว่า 1,200% ตั้งแต่เริ่มถือ Bitcoin ในปี 2020 แต่กำลังจะปิดปีนี้ด้วยการร่วงกว่า 38% ก็ทำให้นักลงทุนนั่งไม่ติด
ขณะที่ DAT รายเล็กหากเริ่มระดมทุนไม่ได้อาจถูกบีบให้ขายเหรียญเพื่อชำระหนี้ ด้านผู้เชี่ยวชาญคาดว่าในปี 2026 จะเห็นการควบรวมกิจการของ DAT มากขึ้น เช่น ดีล Strive Inc. ซื้อ Semler Scientific ที่ราคาร่วงไปแล้ว 65% เนื่องจากเป็นหนทางเดียวที่ช่วยลดความเสี่ยงจากโมเดลที่กำลังพังทลาย
ที่มา : bloomberg.com
เชื่อมต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยนไอเดียกับเราที่นี่ : https://url.in.th/efinanceThai-CONNECT