Ethereum มาแรง! บริษัทมหาชนซื้อล็อตใหญ่ 1.26 ล้านเหรียญใน 2 เดือน Standard Chartered คาด “อาจถือมากถึง 10% ของอุปทานทั้งหมดในอนาคต”
ตามรายงานจาก Standard Chartered ระบุว่า บริษัทคลังสำรอง Ethereum ได้เร่งสะสมอย่างรวดเร็ว โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา บริษัทเหล่านี้ได้เข้าซื้อ Ether รวมแล้วกว่า 1.26 ล้านเหรียญ คิดเป็นราว 1% ของอุปทานทั้งหมด
Standard Chartered เผยว่า จำนวน Ethereum ที่บริษัทเหล่านี้เข้าซื้อ เกือบเทียบเท่ากับจำนวนที่ ETF เข้าซื้อในช่วงเวลาเดียวกัน (ราว 2 ล้าน ETH) ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ Ether ETF มีการซื้อสะสมแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์
“บริษัทคลังสำรอง ETH ยังเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น และมีโอกาสเติบโตได้อีก 10 เท่า” Geoffrey Kendrick หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลกของ Standard Chartered กล่าว
Kendrick คาดว่า ในระยะยาว บริษัทที่มุ่งถือครอง Ether อาจถือครองรวมกันได้ถึง 10% ของอุปทาน ETH ทั้งหมด โดยเทียบกับฝั่ง Bitcoin นั้น บริษัทที่ถือ BTC อยู่ตอนนี้คิดรวมกันเป็นราว 4.4% ของอุปทานทั้งหมด ซึ่ง Strategy เพียงรายเดียวก็ถืออยู่เกือบ 3% แล้ว
ทั้งนี้ Kendrick ชี้ว่า บริษัทที่ถือ Ethereum จะมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนสูงกว่าบริษัทที่ถือ Bitcoin เนื่องจากสามารถนำไป Stake เพื่อรับผลตอบแทนราว 3% ต่อปี และสามารถนำไปใช้เป็นหลักประกันในโลก DeFi เพื่อเพิ่มผลตอบแทนอีกต่อหนึ่งได้ ซึ่งในปัจจุบัน ETF ยังไม่สามารถทำได้
นอกจากนี้ Kendrick ยังกล่าวว่า กระแสบริษัทมหาชนถือ Ethereum เกิดขึ้นจากการ อาศัยช่องว่างด้านกฎระเบียบ โดยเฉพาะในประเทศที่การเข้าถือครอง ETH โดยตรงยังทำได้จำกัด นักลงทุนจึงหันมาถือหุ้นบริษัทที่มีพอร์ต ETH แทน ซึ่งทำให้หุ้นเหล่านี้ “มักมีราคาตลาดสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินที่ถืออยู่จริง”
ปัจจุบัน บริษัทที่ถือ Ethereum มากที่สุดคือ BitMine ซึ่งตั้งเป้าจะถือครอง 5% ของอุปทานทั้งหมดในอนาคต ซึ่งจะต้องซื้อเพิ่มอีกราว 6 ล้าน ETH โดยบริษัทอื่นๆ ก็ได้แก่ BTCS, GameSquare, The Ether Machine และอันดับสองอย่าง SharpLink ที่ถือครองอยู่ราว 438,000 ETH
Kendrick เชื่อว่า บริษัทใหม่ ๆ ที่ถือ ETH จะเข้ามาอีกเรื่อย ๆ ในระยะถัดไป “ในกรณีของ Bitcoin ใช้เวลาหลายปีกว่า Strategy จะจุดกระแสให้บริษัทอื่นๆ ทำตาม แต่ในกรณีของ Ether น่าจะเกิดขึ้นเร็วกว่านั้น เพราะแนวคิดเรื่อง ‘บริษัทถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล’ ได้รับการยอมรับมากขึ้นแล้วในปัจจุบัน”
แปลและเรียบเรียง : สหรัฐ ฉัตราพงษ์
ที่มา : theblock